ลำดับเส้นทางการศึกษา
- 01
ปฐมวัย
เตรียมอนุบาลที่ โรงเรียนเทศบาลเมืองลพบุรี และอนุบาล 1 ที่ โรงเรียนเลิศหล้า หลังครอบครัวย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ
- 02
ประถมศึกษา
ชั้น ป.1–ป.5 ที่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน และชั้น ป.6 ที่ โรงเรียนราชวินิต
- 03
มัธยมศึกษาตอนต้น
เริ่มชั้น ม.1 ที่ โรงเรียนหอวัง ในปี 2022 ก่อนย้ายไป Wellington College International Bangkok เพื่อจัดการเรียนควบคู่กับงานดนตรี ต่อมาในช่วง ม.3 หลังตัดสินใจพักเส้นทางการทำงานระดับนานาชาติเพื่อกลับมาให้ความสำคัญกับการเรียน เพชรย้ายโรงเรียนอีกครั้ง และจบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนฐานปัญญา
- 04
การเรียนดนตรี
เรียนหลักสูตร SMCC ที่ Music Plus Academy ครอบคลุม Aural Skills, Western Music Theory และ Jazz Guitar Performance พร้อมสอบ Trinity Rock & Pop Grade 8 ได้ Gold Medal และ Outstanding Award ในปี 2023
- 05
GED · วุฒิเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย
เตรียมสอบกับ House of Griffin และสำเร็จ GED พร้อมได้รับ High School Equivalency Credential เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026
- 06
มหาวิทยาลัยศิลปากร
เริ่มศึกษาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 ที่คณะดุริยางคศาสตร์ สาขา Jazz Performance · Jazz Guitar
เส้นทางการเรียนของฉันเติบโตมาพร้อมกับอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่เคียงข้างมาตั้งแต่วัยเด็ก — กีตาร์
ฉันเริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และขึ้นแสดงบนเวทีครั้งแรกตอนอายุ 5 ขวบ
จากวันนั้น การเล่นดนตรีและการแสดงสดก็ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และพาฉันไปพบกับประสบการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนั้น
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในวัย 13 ปี
เมื่ออายุประมาณ 13 ปี ฉันได้รับโอกาสสำคัญในการทำงานร่วมกับ Riverman Management จากประเทศอังกฤษ
สำหรับเด็กที่รักดนตรีอย่างฉัน นี่เป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะฉันอยากรู้ว่าการทำงานกับทีมงานระดับสากลจริง ๆ เป็นอย่างไร
Riverman มีประสบการณ์ทำงานในวงการดนตรีระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน และมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ Placebo มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวง
โอกาสครั้งนั้นทำให้เส้นทางการศึกษาของฉันเปลี่ยนไปด้วย ฉันย้ายจาก โรงเรียนหอวัง ไปเรียนที่ Wellington College International Bangkok เพื่อให้สามารถจัดการเรื่องการเรียนควบคู่ไปกับการทำงานด้านดนตรีได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ฉันดีใจกับโอกาสนี้มาก
แต่สำหรับครอบครัว การตัดสินใจไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะตอนนั้นฉันมีอายุเพียง 13 ปี
Riverman มองถึงการทำงานร่วมกันในระยะยาวประมาณ 4 ปี ขณะที่ครอบครัวต้องการเห็นก่อนว่า ฉันจะสามารถปรับตัวกับการทำงานในระดับนี้ได้ดีเพียงใด และการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปิน ครอบครัว และ Management จะเดินไปด้วยกันได้อย่างเหมาะสมหรือไม่
สุดท้ายครอบครัวจึงเลือกเริ่มต้นอย่างระมัดระวัง โดยทำ สัญญาระยะสั้น 2 ปี และใช้ช่วงแรกเป็นช่วงเรียนรู้ ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางระยะยาวอีกครั้ง
วันที่ 15 กันยายน 2566 ณ 28 Studio กรุงเทพกรีฑา 37 กรุงเทพฯ ฉันได้ร่วมลงนามสัญญาทำผลงานอัลบั้มกับ Riverman Management โดยมี David “Dave” McLean เป็นตัวแทนร่วมลงนาม นี่คือภาพจากวันสำคัญที่เปิดประตูสู่การทำงานและการเรียนรู้ในระดับนานาชาติของฉัน

คนที่มองเห็นบางอย่างในตัวฉัน
หนึ่งในบุคคลสำคัญของเรื่องราวช่วงนี้ที่ฉันอยากพูดถึงคือ David “Dave” McLean ผู้ร่วมก่อตั้ง Riverman
Dave และ Alex Weston เป็นผู้ก่อตั้ง Riverman และมีประสบการณ์ทำงานด้าน Artist Management ในวงการดนตรีระดับนานาชาติมาอย่างยาวนาน รวมถึงการทำงานกับ Placebo มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของวง
ในวันที่ฉันยังเป็นเด็กอายุเพียง 13 ปี Dave เป็นหนึ่งในคนที่มองเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวฉัน
เขาไม่ได้มองเพียงสิ่งที่ฉันทำได้ในวันนั้น แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างที่สามารถพัฒนาและสร้างขึ้นได้ในอนาคต
ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน Dave และทีม Riverman ไม่ได้เพียงบริหารจัดการงาน แต่ยัง ลงทุนสร้างผลงาน สร้างกิจกรรม และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้ฉันได้สัมผัสการทำงานในระดับสากล
ตั้งแต่การสร้างเพลง การทำ Music Video การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ฉันได้เรียนรู้จาก Producer, Engineer, ศิลปิน และทีมงานมืออาชีพ
สิ่งที่ฉันและครอบครัวรู้สึกขอบคุณเสมอ คือพวกเขาเข้าใจว่า เบื้องหลังคำว่า “ศิลปิน” ในเวลานั้น ฉันยังเป็นเด็กอายุเพียง 13 ปี ที่ยังต้องเรียน เติบโต และค้นหาเส้นทางของตัวเอง
Dave และทีม Riverman ให้การสนับสนุนและดูแลเราด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกัน
และแม้กระทั่งวันที่ฉันและครอบครัวตัดสินใจว่าจะกลับมาให้ความสำคัญกับการศึกษา เขาก็ยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพ เคารพและให้อิสระกับการตัดสินใจของเราอย่างเต็มที่
นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันและครอบครัวยังคงรู้สึกขอบคุณมาจนถึงวันนี้
หนึ่งปีที่ได้เรียนรู้คำว่า “ศิลปิน”
ช่วงเวลานั้นเปลี่ยนโลกของฉันไปมาก
ฉันไม่ได้เรียนรู้เพียงเรื่องการเล่นกีตาร์ แต่เริ่มเข้าใจว่า การเป็นศิลปินอาชีพจริง ๆ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย
ระหว่างการทำงานกับ Riverman ฉันได้สร้างผลงานซิงเกิล 4 เพลง
- Hatemail
- 9 Volter
- Black Neon
- Ultraviolet
พร้อม Music Video และการทำงานด้านประชาสัมพันธ์ผลงาน
ฉันได้เดินทางไปทำงานและโปรโมตผลงานทั้งใน ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส
หนึ่งในความทรงจำที่สำคัญที่สุด คือการได้รับโอกาสขึ้นแสดงเป็นวงเปิดให้กับ Placebo ที่ O2 Shepherd's Bush Empire กรุงลอนดอน
สำหรับฉัน มันเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาก โดยเฉพาะการได้เห็นและสัมผัสกระบวนการทำงานของทีมงานมืออาชีพในระดับนานาชาติด้วยตัวเอง
รางวัลวัฒนคุณาธร ประจำปี 2561
รางวัลวัฒนคุณาธร เป็นรางวัลของกระทรวงวัฒนธรรมที่มอบเพื่อยกย่องเด็กและเยาวชน บุคคล และองค์กรผู้ทำคุณประโยชน์และมีส่วนร่วมส่งเสริมงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
ฉันได้รับรางวัลนี้ในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) และเข้ารับมอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กที่รักดนตรีมาก การได้รับเกียรติในครั้งนั้นจึงเป็นกำลังใจสำคัญ และทำให้ฉันภูมิใจที่ได้ใช้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

แล้ววันหนึ่ง...ฉันต้องเลือก
เมื่อมาถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่า จะเดินหน้าต่อบนเส้นทางศิลปินอย่างเต็มตัว หรือกลับมาเติมเต็มความฝันอีกด้านหนึ่งของตัวเอง ฉันพบว่ามันเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุด
เพราะอีกความฝันหนึ่งของฉันมาตลอดคือ
ฉันอยากเรียนดนตรีในมหาวิทยาลัย
ถ้าฉันเลือกทางนี้ ฉันรู้ดีว่าต้องพักการทำงานบางส่วนเอาไว้ก่อน และสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าก็ไม่ได้ง่ายเลย
ฉันต้องเตรียมตัวและสอบ GED (General Educational Development) เพื่อใช้เป็นวุฒิเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสำหรับการสมัครศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญของฉันคือการฝึกเพลง “Hos Down” ของ Jason Richardson และ Luke Holland ซึ่งใช้เวลาเกือบหนึ่งปี กว่าฉันจะเล่นได้อย่างที่ตั้งใจ ประสบการณ์นี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันตัดสินใจเรียนดนตรีแจ๊ส โดยมี Jason Richardson ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไอดอลของฉันเป็นแรงบันดาลใจ เขามีอิทธิพลต่อชีวิตและเส้นทางดนตรีของฉันอย่างมาก
ในช่วงเวลาเดียวกัน ฉันยังต้องเริ่มปรับพื้นฐานจากโลกของ Rock ที่คุ้นเคยเข้าสู่ Jazz Guitar พร้อมเรียน Western Music Theory และ Aural Skills
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ฉันก็เรียนเสริมเพื่อเตรียมองค์ความรู้สำหรับสอบ GED และรับงานอีเวนท์ควบคู่ไปด้วย สำหรับฉัน งานเหล่านี้เป็นโอกาสฝึกประสบการณ์บนเวทีจริงไปพร้อมกับการเรียนดนตรี
พ่อสอนฉันเสมอว่า การเล่นบนเวทีต่อหน้าผู้ชมที่ตั้งใจจองที่นั่งมาดูเรานั้นสำคัญมาก ไม่แพ้การเล่นดนตรีเปิดหมวก ซึ่งฉันเริ่มทำตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร
ปัจจุบันฉันได้แสดงประจำเดือนละครั้งที่ Dicey Reilly’s Irish Pub มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว การได้เล่นร่วมกับพี่ ๆ และคุณลุงนักดนตรีที่ช่วยแบ็กอัป ทำให้ฉันซึมซับความเป็นมืออาชีพ ได้ฝึกทั้งการเล่น การร้อง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบนเวทีต่อหน้าผู้ชมที่คอยต้อนรับฉันทุกครั้ง ขอบคุณผู้บริหารในเครือไมเนอร์กรุ๊ปที่มอบโอกาสนี้ให้ฉันด้วยค่ะ
อีกเวทีสำคัญคือ Hard Rock Cafe Hua Hin ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนอย่างฉันได้ขึ้นแสดงทุกเดือน ฉันไปเล่นที่นั่นตั้งแต่ช่วงร้านเปิดใหม่ ๆ ในเดือนมกราคม 2026 การได้กลับไปแสดงอย่างต่อเนื่องทำให้ฉันคุ้นเคยกับหัวหินมากขึ้น โดยเฉพาะแฟนเพลงชาวต่างชาติหลายคนที่มารอชมและส่งกำลังใจให้อย่างอบอุ่นทุกครั้ง
ประสบการณ์และกำลังใจเหล่านี้กำลังหล่อหลอมให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น และช่วยให้ฉันได้เติบโตอยู่กับดนตรีอย่างที่หวัง—มีความสุขและสนุกไปกับมัน
ทั้งหมดนี้ต้องเกิดขึ้นภายในเวลาประมาณ หนึ่งปี หากฉันต้องการให้ทันสมัครและสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2569
มันจึงไม่ใช่เพียงการตัดสินใจว่า
“จะทำงาน หรือ จะเรียน”
แต่มันคือการตัดสินใจว่า ฉันต้องการเตรียมตัวเองอย่างไรสำหรับเส้นทางดนตรีในระยะยาว
ไม่ได้หยุด...แค่กลับมาเตรียมตัวให้พร้อมกว่าเดิม
หลายคนอาจสงสัยว่า หลังจากได้เริ่มต้นทำงานในระดับนานาชาติ มีผลงานเพลง เดินทางไปโปรโมตต่างประเทศ และได้สัมผัสเวทีใหญ่แล้ว
ทำไมฉันถึงเลือกกลับมาเรียน?
จริง ๆ แล้ว สำหรับฉันมันไม่เคยเป็นการ “หยุด”
ประสบการณ์ประมาณหนึ่งปีที่ได้ทำงานร่วมกับ Riverman รวมถึง Producer, Engineer ทีมงาน และศิลปินที่มีประสบการณ์ระดับโลก ทำให้ฉันได้เห็นโลกของการเป็นศิลปินอาชีพชัดขึ้นกว่าที่เคยเห็นจากหน้าเวที
และยิ่งได้เห็นมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งรู้ว่า...
ถ้าฉันต้องการเดินบนเส้นทางนี้ไปอีกนาน ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้
การเล่นกีตาร์และการแสดงบนเวทีเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
ดนตรียังมีทั้งทฤษฎี การฟัง การเรียบเรียง การสื่อสารกับนักดนตรีคนอื่น การทำงานใน Studio และความเข้าใจทางดนตรีอีกมากมายที่ฉันยังอยากพัฒนาให้ลึกกว่าเดิม
นั่นคือเหตุผลที่ฉันเลือกกลับมาเรียน
การตัดสินใจครั้งนั้นจึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง
“เป็นศิลปิน” กับ “เป็นนักเรียน”
แต่มันคือการเลือกที่จะ
“กลับมาเป็นนักเรียน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็นศิลปินในระยะยาว”
ฉันจึงไม่เคยมองว่าเส้นทางระดับนานาชาติของตัวเองจบลงแล้ว
มันเพียงพักอยู่ระหว่างทาง
และประสบการณ์ที่ Dave McLean และทีม Riverman มอบให้ กลับยิ่งทำให้ฉันรู้ว่าปลายทางที่อยากไปนั้นอยู่ตรงไหน และก่อนจะเดินกลับไปถึงตรงนั้น ฉันยังอยากเติมอะไรให้ตัวเองอีกบ้าง
การที่ฉันเลือกไม่เดินหน้าต่อกับสัญญาระยะยาวในช่วงนั้น จึง ไม่ใช่การจากกันเพราะความขัดแย้ง
แต่เป็นการปิดบทหนึ่งของชีวิตด้วยความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ก่อนที่จะเริ่มต้นบทใหม่
ฉันยังคงรู้สึกขอบคุณ Dave McLean และทีม Riverman Management สำหรับความเชื่อใจ การลงทุนสร้างผลงาน โอกาส ประสบการณ์ และพื้นที่ที่เปิดให้ฉันได้เติบโต
และนี่คือที่ที่ฉันอยู่ในวันนี้...
หลังจากช่วงเวลาของการเรียน การเตรียมตัว และการสอบหลายอย่างภายในเวลาที่ค่อนข้างจำกัด ในที่สุดฉันก็เดินมาถึงอีกหนึ่งเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
ปัจจุบัน ฉันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1
คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สาขาดนตรีแจ๊ส · วิชาเอกกีตาร์แจ๊ส
ฉันยังเล่น Rock
ยังขึ้นเวที
ยังสร้างผลงาน
และยังมองออกไปไกลเหมือนเดิม
เพียงแต่วันนี้ ฉันกำลังเรียนรู้โลกของดนตรีให้กว้างและลึกกว่าเดิม
เป้าหมายหนึ่งที่ฉันวางไว้ คือพยายามเรียนระดับปริญญาตรีให้สำเร็จตามแผน ภายในอายุ 19 ปี
จะทำได้จริงหรือเปล่า ฉันเองก็ยังตอบไม่ได้ค่ะ
เพราะมันเป็นเพียงเป้าหมายหนึ่ง และระหว่างทางอาจมีเรื่องราวใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้คือ...
ฉันอยากกลับไปเดินบนเส้นทางนั้นอีกครั้ง
พร้อมกับความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจในดนตรีที่มากกว่าเดิม
The journey never stopped.
I’m just preparing for the next chapter.
ไว้รอดูกันต่อไปนะคะว่า เรื่องราวบทต่อไปของฉันจะสนุกแค่ไหน :)
PETCH PettyRock
Silpakorn University · 1st Year Jazz Performance · Jazz Guitar




























































